Saturday, 25 July 2009

สวย 3 สไตล์ ด้วยอายแชโดว์สีสดใส

สวย 3 สไตล์ ด้วยอายแชโดว์สีสดใส



อายแชโดว์สีสันสดใส สามารถใช้ได้ทุกโอกาสและทุกคน เรามีคำตอบมาให้แล้วว่า คุณจะสามารถใช้สีฟ้าสดใส (หรือสีสดอื่นๆ) ให้ดูอ่อนหวาน เซ็กซี่ หรือดูเปรี้ยวได้อย่างไร


1. สวยหวานสำหรับทุกวัน สีสดใสสามารถใช้ได้ทุกวัน แม้แต่ในยามทำงาน มันจะช่วยทำให้ลุคแบบมืออาชีพดูมีชีวิตชีวาขึ้น แต่ควรใช้สีอ่อนบางที่สุดเพียงแค่เติมความสดใส แต่ไม่โดดเด่นจนเกินไป


วิธีการ ใช้แปรงอายแชโดว์ปลายกลม มันจะช่วยกระจายสีได้ดี และทำให้สีที่ได้ ไม่เข้มเกินไป สีพาสเทลที่มีเนื้อสีอ่อนบาง จากแนวขนตาขึ้นไปจนเลยรอยพับเปลือกตา และเกลี่ยสีให้กลืนขึ้นไปใต้โหนกคิ้ว จากนั้นใช้อายแชโดว์สีแชมเปญทาใต้โค้งคิ้ว เพื่อเปิดดวงตาให้ดูกระจ่างขึ้น


2. เย้ายวนและอ่อนหวาน เป็นเวอร์ชั่นที่ยังคงดูอ่อนหวานอยู่ แต่เติมความเซ็กซี่ลงไปเล็กน้อย สำหรับโอกาสพิเศษยามค่ำคืน หัวใจสำคัญก็คือการปล่อยให้สี ได้มีโอกาสอวดตัวอย่างเต็มที่มากขึ้น


วิธีการ ใช้แปรงกลมขนาดใหญ่ ทาอายแชโดว์สีเทาหรือน้ำตาล จากแนวขนตาขึ้นไปจนถึงรอยพับเปลือกตา จากนั้น ทาทับตามแนวขอบตาด้วยอายแชโดว์สีสดใสสีเข้ม จะเบรกสีให้ไม่เจิดจ้าจนเกินไป เกลี่ยสีลงที่แนวขนตาล่างเล็กน้อย เพื่อเติมความคมเข้มมากขึ้น แล้วใช้แปรงปลายตัดจุ่มอายแชโดว์เฉดสีเดียวกันแต่อย่าเข้มกว่า แล้วเขียนเป็นเส้นขอบตาหนาๆ


3. สาวเปรี้ยวสไตล์ร็อก หัวใจสำคัญคือ การเอาแนวสีดำที่เป็นสีเฉพาะของลุคแบบร็อกเกอร์ เข้ามาผสมผสานกับสีฟ้าหรือสีสดใสอื่นๆ เพื่อให้ได้สีดำที่เจือประกายสีซึ่งสดใสกว่า แต่ก็ยังดุดันแบบสาวร็อก


วิธีการ ระบายสีสดใสเพื่อรองพื้นจากแนวขอบตาไปจนถึงรอยพับเปลือกตาจากนั้น ใช้อายแชโดว์สีดำระบายทับแนวขนตาทั้งขอบตาบนและล่าง จากหัวตาจรดปลายตา สีสดที่รองพื้น จะถูกเบรกความเข้มของสีดำให้จางลง และเติมความสดใสเข้าไปขอขอบคุณข้อมูลจาก
[ ... ]

การเลือกเครื่องสำอางสำหรับคนผิวแพ้ง่าย


เคล็ด 10 ประการในการเลือกเครื่องสำอางสำหรับคนผิวแพ้ง่าย



เครื่องสำอางถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่ห้าสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ ซึ่งผิวหนังทุกคนมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) แพทย์หญิง Zoe Diana Draelos ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ผิวหนังที่ Woke Forest University School of medicine ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำว่า ผู้หญิงทั้งหลายควรมีความรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่ตนเองกำลังเลือกซื้อ และได้แนะนำเคล็ดลับ 10 ประการไว้ดังนี้


1.เลือกแบบแป้งดีกว่าแบบเหลว (Choose powder when possible)

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชนิดแป้งสามารถที่จะช่วยดูดซับความมันของผิวหนังได้ และยังมีส่วนประกอบจำพวกสารกันเสียและสารชนิดอื่น ๆ ในปริมาณที่น้อย ทำให้โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือการระคายเคืองน้อยกว่าชนิดที่เป็นน้ำ


2.หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางกันน้ำ (Avoid waterproof cosmetics)

บางคนอาจคิดว่าเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ เช่น มาสคาร่า ติดทนนานทั้งวัน แต่อย่าลืมว่าเวลาที่เราต้องการล้างออกก็จะยากเช่นกัน เพราะเครื่องสำอางสำหรับเช็คคราบชนิดที่กันน้ำนั้นต้องมีองค์ประกอบของสารละลายอินทรีย์หลายชนิดผสมกันเพื่อละลายและลอกไขมันออกให้หมดจรด โอกาสที่จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้และระคายเคืองจึงมีมาก ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์กันน้ำจะปลอดภัยที่สุด


3.อย่าใช้เครื่องสำอางเก่าและหมดอายุ (Throw out old cosmetics)

เวลาซื้อเครื่องสำอาง ให้สังเกตวันเดือนปีที่ผลิตและวันเดือนปีที่หมดอายุ ถ้าสินค้าเก่าเก็บหรือตกค้างนาน ๆ จนเลยวันหมดอายุ อย่าซื้อใช้โดยเด็ดขาดไม่ว่าราคาจะถูกเพียงใดก็ตาม เพราะเครื่องสำอางหมดอายุ มักจะเสื่อมคุณภาพและอาจเกิดการสลายตัวของสารเคมีทั้งหลายที่เป็นองค์ประกอบ ตลอดจนอาจก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้โดยที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่หากซื้อมาใช้และใช้นานเป็นปีจนเลยวันหมดอายุ ก็ให้ปฏิบัติเช่นกัน ควรโยนทิ้งไม่ต้องเสียดาย เพราะอาจนำผลร้ายมาสู่สุขภาพผิวหนังได้


4.การเลือกใช้ดินสอเขียนขอบตาและมาสคาร่า (Use black-colored eyeliner and mascara products)

ควรเลือกดินสอเขียนขอบตาและมาสคาร่าเป็นสีดำ จะปลอดภัยกว่าสีอื่นๆ และโอกาสแพ้จะมีน้อยกว่า


5.ใช้ดินสอเขียนขอบตาและคิ้วดีกว่า eyeliner ชนิดเหลว (Use pencil eyeliner and eyebrow filters)

ผลิตภัณฑ์ชนิดแท่ง เช่นดินสอ จะมีองค์ประกอบหลักจำพวกแวกส์ และองค์ประกอบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย ทำให้โอกาสแพ้ลดลง ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภทของเหลว (Liquid eyeliners) จะมีส่วนประกอบของยางลาเทกส์ (latex) ทำให้เกิดแพ้ได้ในผู้ที่แพ้สารเคมีชนิดนี้ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดแท่งหรือดินสอ จะล้างออกง่ายกว่า


6.เลือกใช้สีทาเปลือกตาชนิดเอิร์ทโทนจะระคายเคืองน้อยกว่าสีโทนอื่น ๆ (Stick to earth-toned eye shadows)

สีในกลุ่มเอิร์ทโทน เช่น สีแทน สีครีม สีขาวหรือสีเนื้ออ่อน จะทำให้โอกาสในการเกิดการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่าสีชนิดอื่นๆ เพราะสีเข้มมากๆ มักจะได้จากการผสมเคมีหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน โอกาสแพ้จึงมีสูงกว่า


7.ตรวจสอบสารกันแดดว่าปลอดภัยหรือไม่ (Check sunscreen ingredients)

โดยทั่วไป FDA และแพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) ประมาณเบอร์ 15 และต้องสามารถกรองได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายไม่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดชนิดที่เป็นสารเคมี ควรเลือกใช้ครีมกันแดดชนิดที่สะท้อนรังสี หรือที่เรียกกันว่า Physical sunscreen ซึ่งมีผงแป้งไตเตเนี่ยมไดออกไซด์ (TiO2) และ ZnO เป็นองค์ประกอบ เพราะนอกจากจะสามารถสะท้อนรังสีได้ดีแล้วยังไม่มีผลทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้อีกด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ดูที่ฉลากว่า ครีมกันแดดที่ต้องการซื้อนอกจากมี TiO2 และ ZnO แล้วยังมีสารกันแดดอื่น ๆ ที่อาจทำให้แพ้ได้อีกหรือไม่ เพราะโดยมากครีมกันแดดมักจะมีสารกันแดดหลาย ๆ ชนิดผสมกันเพื่อต้องการให้ป้องกันแดดได้มาก ๆ นั่นเอง
[ ... ]

Thursday, 23 July 2009

เทคนิคการแต่งหน้าในหน้าฝน


ในช่วงฤดูฝน สาวๆ อาจมีปัญหากลัวว่าเมคอัพที่บรรจงแต่งในตอนเช้าจะซีดจาง หรือโดนละอองฝนแล้วใบหน้าเลอะเทอะ งั้นเรามาทำความรู้จักกับเครื่องสำอางที่ไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคกันดีกว่า

รองพื้น
ควรเลือกรองพื้นชนิดกันน้ำ (Water Proof) จะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าปกติ เพราะธรรมชาติของน้ำจะไม่รวมตัวกับน้ำมันอยู่แล้ว จึงสามารถกันน้ำและปกปิดจุดด่างดำได้ดี โดยไม่ก่อให้เกิดความมันให้สาวๆต้องกังวลใจ

มาสคาร่าและอายไลเนอร์
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเครื่องสำอางกันเหงื่อได้คงสามารถกันน้ำได้เช่นกัน ซึ่งความจริงแล้วกันได้เพียงละอองน้ำเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าบังเอิญต้องตากฝนหรือเล่นกีฬา ตาคุณอาจเลอะเป็นหมีแพนด้าได้ ต้องสังเกตที่ระบุไว้ว่ากันน้ำเท่านั้นถึงจะมั่นใจได้ 100%

อายแชโดว์
สีของอายแชโดว์ชนิดครีมจะติดทนกว่าชนิดฝุ่น แต่เพื่อให้ดียิ่งขึ้นควรเกลี่ยอายแชโดว์ชนิดครีมให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นลงทับอีกที รับรองอยู่ทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น

บลัชออน
บลัชออนแบบครีม แบบเจลหรือแบบน้ำ นอกจากติดทนแล้วยังทำให้แก้มเป็นระเรื่อได้ง่ายๆ เพียงใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเกลี่ยบลัชออนให้เนียนสนิทกับผิวแก้มมากที่สุด แล้วใช้แป้งฝุ่นปัดทับเบาๆทั่วใบหน้า

ลิปสติก
อาจใช้ลิปสติกแท่งเดิมที่มีมีอยู่ แต่เพิ่มเทคนิคเล็กน้อยเพื่อให้ลิปสติกติดทนนาน โดยปัดแป้งฝุ่นลงบนริมฝีปากก่อนทาลิปสติก จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่ซับลิปสติกออกแล้วจึงค่อยเติมลิปสติกทับอีกครั้ง

ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง
เครื่องสำอางที่ติดทนทานหรือแบบกันน้ำมักจะทำความสะอาดได้ยาก จึงควรใช้ออย รีมูฟเวอร์ (Oil Remover) หรือคลีนซิ่งครีม (Cleansing Cream) แต้ม 5 จุดทั่วใบหน้า แล้วใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางนวดวนให้ทั่ว ก่อนใช้สำลีเช็ดออกอย่างเบามือจนกระทั่งไม่มีคราบเหลือ รูขุมขนจะได้ไม่อุดตันและทำให้เกิดสิว


TIPS

- ลงรองพื้นชนิดกันน้ำให้ทั่วใบหน้า จากนั้นใช้คอนซีลเลอร์ลงบางๆที่ใต้ตา แล้วใช้นิ้วนางค่อยๆแตะเกลี่ยจากหัวตาไล่มาให้ชิดขอบตาล่างไปจนถึงหางตา

- ใช้บลัชออนชนิดครีมสีพีชเกลี่ยให้ทั่วแก้ม แล้วจึงปัดแป้งฝุ่นทับให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้สีแก้มดูเป็นธรรมชาติและติดทน

- แตะอายแชโดว์สีน้ำตาลอมส้มไล้เบาๆบริเวณกลางเปลือกตา เพิ่มความคมเข้มด้วยดินสอเขียนขอบตาสีเทาที่มีประกายนิดๆ แล้วใช้พู่กันไล่สีให้ฟุ้งขึ้น ดัดขนตาและปัดมาสคาร่ากันน้ำ

- เขียนคิ้วให้ได้รูปด้วยดินสอสีน้ำตาลคาราเมล ปิดท้ายด้วยลิปกลอสสีแดงอมชมพูให้ดูชุ่มฉ่ำ

- มาสคาร่ากันน้ำที่ว่าล้างออกยากต้องลองวิธีนี้หลับตาแล้วใช้สำลีที่หยดอายรีมูฟเวอร์ (Eye Remover) ไว้ ประคบบริเวณเปลือกตา 30 วินาที จากนั้นค่อยๆเช็ดจากโคนไปยังปลายขนตา สุดท้ายเหลือบตามองข้างบนแล้วเช็ดคราบมาสคาร่าที่เลอะใต้ตา ทำเช่นนี้ 2 ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีมาสคาร่าหลงเหลืออยู่แล้ว** ถ้าต้องการเติมเครื่องสำอางหลังโดนฝน ควรใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำบนใบหน้าเบาๆให้แห้งสนิทก่อนแต่งหน้า เพราะหากเติมหน้าขณะมีน้ำที่หลงเหลืออยู่จะทำให้เกิดคราบได้
[ ... ]

Friday, 17 July 2009

ของว่าง...กินแล้วไม่อ้วน


รู้น่ะว่ากลัวอ้วน! แต่รายการ “อาหารว่าง” ต่อไปนี้ นอกจากไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพ

เก็บมาจากคอลัมน์ “Feel good you” นิตยสาร “WOMAN&HOME” ฉบับ ก.ค.

ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชต่างๆ นอกจากจะช่วยให้สมองแล่นอารมณ์ดีและอิ่มนานเป็นชั่วโมงแล้ว ยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วย

กล้วย อุดมด้วยโพแทสเซียมช่วยคุมระดับความดันเลือด วิตามินบี 6 สำหรับแก้อาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดและนอนไม่หลับ และเซโรโทนินทำให้อารมณ์ดี

แครอท เปี่ยมไปด้วยแคโรทีนอันเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ แครอตจึงเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม และสามารถป้องกันโรคหัวใจ รวมถึงมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย

ลูกเกด มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง แถมยังดีต่อสุขภาพฟัน นอกจากนี้แร่ธาตุในลูกเกดยังอาจส่งผลต่อระดับเอสโตรเจนในร่างกายและป้องกันโรคกระดูกพรุน

ถั่วเปลือกนิ่มต่างๆ มีโปรตีน วิตามินบีจำนวนมาก ถั่วลันเตาหรือถั่วเหลืองต้มสุกสักถ้วยดีต่อสุขภาพแน่นอน

แอปเปิ้ล เชื่อกันว่า ผลไม้ที่เป็นแหล่งของไฟโตเคมิคัลหลากชนิดนี้สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยการขับถ่าย และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเส้นเลือดแตกในสมอง มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคเบาหวาน และโรคหอบได้

ข้าวโอ๊ตต้ม พร้อมพรั่งทั้งสารอาหาร จากพืช โปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ Low-Gl ยังช่วยให้อิ่มไปตลอดเช้า ถ้าไม่มีเวลาต้มก็ลองซื้อแบบปรุงง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟมาทาน

องุ่น เชื่อกันว่า แหล่งวิตามินเอ ซี และบี 6 รวมถึงธาตุเหล็ก และเซเลเนียม ชั้นเลิศนี้ในเนื้อองุ่นป้องกันมะเร็งได้

เยลลี่ หากเลือกกินชนิดปราศจากน้ำตาล ไม่เพียงแต่จะปลอดภัยจากไขมัน แต่ยังแทบไม่มีแคลอรีอีกด้วย


[ ... ]

Thursday, 16 July 2009

บำรุงผิวพรรณชะลอความแก่


ผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง กระชับ เรียบเนียน สะท้อนถึงการมีบุคลิกภาพที่ดีและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ทั้งยังสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น ผิวพรรณถือเป็นด่านแรกสุดของร่างกายมีหน้าที่เป็นเกราะกำบังต่อสิ่งแปลกปลอมจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและป้องกันอันตรายต่างๆ ไม่ให้กระทบกระเทือนต่ออวัยวะภายใน ดังนั้นการดูแลผิวพรรณจากภายนอกจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ หากปล่อยปละละเลย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอบดวงตา ผิวพรรณขาดความชุ่มชื่น ยืดหยุ่นคงมาเยือนในไม่ช้า เพราะผิวหน้าของเราต้องเจอมลภาวะที่มาทำร้ายผิวพรรณอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะได้จากฝุ่น ควัน รังสียูวี สารเคมี หรือมลพิษต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เราจึงพบสารช่วยชะลอริ้วรอย (Anti-Aging) ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายชนิด เพื่อให้ผิวคงความนุ่มชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับ ปราศจากริ้วรอย ซึ่งเป็นคุณลักษณะของผิวเมื่อยังเยาว์ซึ่งเป็นผิวที่เราปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของ ปัจจุบันมีสารช่วยชะลอริ้วรอยที่พบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สำคัญ ได้แก่


Moisturizers

มอยซ์เจอไรเซอร์หรือครีมบำรุง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้นไว้กับผิว โดยป้องกันการสูญเสียน้ำที่หล่อเลี้ยงผิว ช่วยลดริ้วรอยจากความแห้งกร้าน เนื่องจากความชุ่มชื้นเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสภาพผิว เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นก็จะเกิดเป็นริ้วรอย หยาบกร้าน สีผิวไม่สม่ำเสมอ สำหรับการเลือกใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น หากมีผิวแห้งมาก มอยซ์เจอไรเซอร์ที่ใช้ก็ควรมีสัดส่วนของน้ำมันมากกว่าน้ำ เป็นต้น


Vitamin A

รูปแบบของกรดวิตามิน เอ ที่มีประสิทธิภาพ คือretinoic acid หรือtretinoinซึ่งเป็นที่ยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ จางลง ลดเลือนสีผิวไม่สม่ำเสมอและจุดด่างดำ ทั้งมีช่วยปรับสภาพของรูขุมขนให้ทำงานได้เป็นปกติ ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้อย่างไรก็ตาม กรดวิตามิน เอ อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้ง่าย จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง


Vitamin B

รูปแบบของวิตามิน บี ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือVitamin B3 หรือNiacinamideเป็นสารที่ช่วยให้เซลล์ทำงานได้เป็นอย่างเป็นปกติ โดยช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ เสริมการสร้างไขมันและเพิ่มระดับceramideในชั้นผิวหนังกำพร้า ซึ่งช่วยลดการสูญเสียน้ำในเซลล์และเสริมชั้นเกราะป้องกันของผิว ดังนั้น Vitamin B3 จึงมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยจากความแห้งกร้านได้เช่นกัน


Vitamin C

นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีการวิจัยมากมายที่สามารถยืนยันประสิทธิภาพของวิตามิน ซี ในการเสริมสร้างการสังเคราะห์คอลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของเกราะปกป้องผิว ลดการอักเสบของผิว และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น


Vitamin E

วิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และด้วยความที่สามารถละลายในน้ำมัน จึงมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายเยื่อหุ้มเซลล์ นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพของสารกันแดดและป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์อีกด้วย ทำให้ผิวแข็งแรงซึ่งเป็นพื้นฐานของการชะลอริ้วรอย


Alpha-Hydroxy Acids (AHA)

AHAหรือกรดผลไม้ เป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป สามารถกระตุ้นกระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ให้เร็วขึ้น ช่วยให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงการใช้ AHAยังไปกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้ จึงช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดรอยแผลเป็นอย่างได้ผล


Coenzyme Q10

ชื่ออย่างเป็นทางการคือUbiquinoneเป็นสารตามธรรมชาติที่พบได้ในผิวของคนเรา สามารถละลายได้ดีในน้ำมัน มีหน้าที่เป็นตัวช่วยในทำงานของเอนไซม์ในร่างกายในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ นอกจากนี้ Coenzyme Q10 ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติช่วยชะลอความเสื่อมชราภาพและริ้วรอยก่อยวัยและพบว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้นร่างกายจะสามารถสร้าง Coenzyme Q10จะลดน้อยลงทำให้กระบวนการผลิตพลังงานของเซลล์ก็เสื่อมถอยตามลงไป


Sun protection

การป้องกันและชะลอริ้วรอยที่ดีที่สุดคือการปกป้องผิวจากแสงแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่าSPF 15อย่างน้อย15ที่สามารถกันได้ทั้งUVA และUVBหากมีกิจกรรมที่เหงื่อออกมาก ควรทาซ้ำทุก 2-3ชั่งโมง และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น.


โดยสรุปแล้วครีมบำรุงผิวพรรณเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ และที่สำคัญต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าด้วย แล้วคุณจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถอวดผิวสวยให้ใครต่อใครชื่นชมจนอิจฉาคุณเลยทีเดียว




ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gnc.co.th/
[ ... ]

Tuesday, 14 July 2009

ล้างมืออย่างไร...ให้สะอาดสูงสุด


ขณะนี้มีเชื้อโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งโรคติดต่อที่ทุกประเทศกำลังประสบปัญหา คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ที่ติดจากคนสู่คน ทำให้เราต้องระมัดระวังในเรื่องความสะอาด ทั้งอาหารที่รับประทาน มือที่สัมผัสอาหาร เพื่อป้องกันการติดโรคต่างๆ ตามคำขวัญที่ว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ มาเรียนรู้วิธีล้างมือที่ถูกต้อง เพื่อความสะอาดกันดีกว่า

ล้างมือด้วยสบู่เหลว 6 ขั้นตอน นานอย่างน้อย 40-60 วินาที ก่อนรับประทานอาหาร เตรียม/ปรุงอาหาร หลังขับถ่าย หยิบจับสิ่งสกปรกหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปีก


6 ขั้นตอน วิธีล้างมือให้สะอาด

ขั้นตอนที่ 1 ฟอกฝ่ามือและง่ามนิ้วมือด้านหน้า 5 ครั้ง โดยเน้นซอกนิ้วมือ

ขั้นตอนที่ 2 ฟอกหลังมือและง่ามนิ้วมือด้านหลังข้างละ 5 ครั้ง โดยเน้นซอกนิ้วมือ

ขั้นตอนที่ 3 ฟอกนิ้วและข้อนิ้วมือด้านหลังข้างละ 5 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 4 ฟอกนิ้วหัวแม่มือ ข้างละ 5 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 5 ฟอกปลายนิ้วมือ เล็บ โดยหมุนวนไปบนฝ่ามือ ข้างละ 5 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 6 ฟอกรอบข้อมือโดยรอบข้างละ 5 ครั้ง


[ ... ]

Monday, 13 July 2009

เยียวยา ริมผีปาก ดำคล้ำ


ริมผีปาก ดำคล้ำ มีหลายเหตุผลที่ทำให้ริมฝีปากของคุณเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ อย่างเช่น

-การดื่มชากาแฟมากเกินไป

-การสูบบุหรี่

-การเผชิญกับแสงแดดโดยปราศจากการป้องกัน

-ความแห้งของผิว

-การใช้เครื่องสำอางมากเกินไปและใช้อย่างไม่ถูกวิธี


ดังนั้น หากต้องการให้ริมฝีปากกลับมาดูดีได้ดังเดิม การแก้ไขควรเริ่มที่ต้นเหตุ -ไม่ว่าจะเป็นดื่มกาแฟและชาน้อยลง หยุดสูบบุหรี่อย่าทาลิปสติกมากเกินไป ระวังอย่าใช้ลิปสติกหมดอายุ มันอาจทำให้ริมฝีปากดำคล้ำมากขึ้นได้ และอย่าลืมทากันแดดที่ริมฝีปากทุกครั้งที่ต้องเผชิญแสงแดดจัดจ้า หรือใช้ลิปสติกที่ผสมสารกันแดด อีกทั้งควรทำความสะอาดลิปสติกให้หมดจดทุกคืนก่อนนอน


นระหว่างนั้น คุณสามารถเร่งการเยียวยาผิวคล้ำบนเรียวปาก ด้วยการขัดลอดเซลล์ผิวบนเรียวปากเป็นประจำ โดยการใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ขัดเบาๆ และก่อนนอนทุกคืน นวดริมฝีปากด้วยส่วนผสมของน้ำมันอัลมอนด์ น้ำมะนาว และน้ำผึ้งเล็กน้อย น้ำมะนาวเป็นสารฟอกสีตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับน้ำมันอัลมอนด์ที่มีคุณสมบัติในการทำให้สีผิวจางลงได้ ขณะที่น้ำผึ้งจะช่วยเยียวยาและบำรุงผิว มันจะช่วยให้สีผิวบนเรียวปากของคุณกลับมาสดใสได้อีกครั้ง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก LISA ฉบับวันที่ 30 เมษายน 2551
[ ... ]

7 เคล็ดลับช่วยรักษาความทรงจำให้ยืนยาว




ศูนย์วิจัยเนสท์เล่ สวิตเซอร์แลนด์ รายงานผลการศึกษาวิจัยของ ดร. สเตฟานี สติวเดนสกี้ แห่งโรงเรียนแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยพิสเบอร์ก และร่วมจัดงานประชุมวิชาการเรื่อง “ความทรงจำที่ยืนยาว” ระบุว่า สมองมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ในช่วงวัยรุ่น และสามารถต้านการเสื่อมของความจำลงได้


ดร. สติวเดนสกี้ เผยว่า “วิธีการที่ทำให้สมองมีสุขภาพที่ดีในวัยชรามีหลายองค์ประกอบ อาทิ การออกกำลังกาย และมีสติอยู่ตลอด รวมทั้งการดำเนินชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี แต่สิ่งสำคัญก็คือ เซลล์สมองมีพัฒนาการมากในช่วงต้นของชีวิต โดยทุกคนจะมีส่วนของเนื้อเยื่อสมองหรือพื้นที่ความจำจำนวนมาก มีหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการสร้างเซลล์สมองขณะที่มีอายุน้อย มีส่วนป้องกันการเสื่อมลงของเซลล์สมองที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละวัน ดังนั้น แม้เมื่อเข้าสู่วัยชราสมองก็ยังทำงานต่อได้ กระบวนการสร้างสมองพบว่าเหมือนกับการสร้างกระดูก โดยเมื่อการสร้างกระดูกในขณะที่มีอายุน้อยนั้นมีความแข็งแรง ถ้าเกิดมีการสูญเสีย ก็จะทำให้สูญเสียกระดูกเพียงเล็กน้อยโดยไม่ถึงจุดที่ทำให้กระดูกหัก”


นอกจากนี้ ดร.สติวเดนสกี้ ยังให้เคล็ดลับในการรักษาสติปัญญาในวัยชราให้มีความเฉียบคมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประกอบด้วย


1. การกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยเลือกอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำแต่อุดมไปด้วยผักและผลไม้ รวมทั้งกลุ่มวิตามินบีที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง ควรรับประทานปลาหลายๆ ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะ ปลาที่มีกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอนและปลาทูน่า


2. การออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การเต้นรำ การขี่จักรยาน การว่ายน้ำหรือการทำสวน ควรทำอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ช่วยทำให้สมองมีสุขภาพและทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลา และยังมีผลช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่ให้เจริญได้ดีด้วย


3. การไปพบแพทย์เป็นประจำและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะปัญหาด้านสุขภาพหลายๆปัญหา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึมเศร้า และการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้สติปัญญาลดความเฉียบคมลง ดังนั้น การตรวจร่างกายเป็นประจำจึงมีส่วนที่จะช่วยทำให้รักษาสุขภาพให้ดีอยู่ตลอด


4. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับที่น้อยกว่าวันละ 7-8 ชม. ทำให้ความจำและการมีสมาธิทำได้ยากขึ้น


5. ลดความเครียดลง ความเครียดมีผลทำให้สมาธิลดลง ลดการเรียนรู้และความจำลงด้วยเช่นกัน แถมยังทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งพบว่าการออกกำลังกาย การสวดมนต์ และการทำสมาธิช่วยลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี


6. การคิด และการใช้สมอง ยิ่งใช้สมองมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ควรหากิจกรรมต่างๆ ทำ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมคอร์สเวิร์ด เข้าร่วมอภิปรายกลุ่ม เข้าเรียนพัฒนาตนเองในคอร์สต่างๆ เรียนเปียโน หรือเรียนภาษา เป็นต้น


7. การเข้าสังคม การใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นจะช่วยทำให้สมองเกิดการตื่นตัว เช่น การพบเพื่อนใหม่ๆ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกหรืออาสาสมัคร หรือทำงานนอกเวลา
[ ... ]

Saturday, 11 July 2009

สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ



ใครที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง เรามีสารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการมาบอกกัน

1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย


2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน


3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง


4. 80% ของผักและนำผลไม้สดถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน


5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด


6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง


7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น


8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี


9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต


10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง
[ ... ]

ผลไม้...บ่งบอก บุคลิกลักษณะและอารมณ์


สตรอเบอร์รี่ ผู้ที่ชอบรับประทานสตรอเบอร์รี่ จะมีลักษณะนิสัยหวานอมเปรี้ยว ชอบความแน่นอน

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินเอ, ซี, ธาตุแคลเซียม, เหล็ก)


บลูเบอร์รี่ ผู้ที่ชอบรับประทานบลูเบอร์รี่ จะมีลักษณะนิสัยขรึมๆแต่ขอบความแปลกใหม่

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินซี, ธาตุเหล็ก)


กล้วยหอม ผู้ที่ชอบรับประทานกล้วยหอม จะมีลักษณะนิสัยหวานเรียบ รักสงบ

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้วิตามินเอ, บี, ซี, ธาตุเหล็ก)


แตงโม ผู้ที่ชอบรับประทานแตงโม จะมีลักษณะนิสัยสดชื่นร่าเริง มากน้ำด้วยน้ำใจ

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินเอ, บี2, ซี, ธาตุแคลเซียม, เหล็ก)


แตงไทย ผู้ที่ชอบรับประทานแตงไทย จะมีลักษณะนิสัยหวานใจเย็น แจ่มใส

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินซี)


ราสเบอร์รี่ ผู้ที่ชอบรับประทานราสเบอร์รี่ จะมีลักษณะนิสัยปราดเปรียว คมลึก

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินซี)


ส้ม ผู้ที่ชอบรับประทานส้ม จะมีลักษณะนิสัยนุ่มนวล ทันสมัย

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินซี)


มะม่วง ผู้ที่ชอบรับประทานมะม่วง จะมีลักษณะนิสัยอ่อนหวาน โรแมนติก

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินเอ ,ซี)


องุ่น ผู้ที่ชอบรับประทานองุ่น จะมีลกษณะนิสัยเปรี้ยวลึกๆซ่อนความรู้สึก

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินซี)


ผลไม้รวม ผู้ที่ชอบรับประทานผลไม้ทุกชนิดจะมีลักษณะนิสัยหลากหลายในอารมณ์ รักอิสระ

(คุณประโยชน์ : ร่างกายจะได้รับวิตามินเอ, บี, บี2, ซี, ธาตุแคลเซียม, เหล็ก
[ ... ]
 

©2009 Healthy & Beauty | by TNB